ค่ายมือถือ “หนักใจ” ลดค่าโทรฯ – กสทช ยันวันนี้ต้องจบ

ค่ายมือถือ เอไอเอส-ทรูฯ’ ชี้  ปัจจุบันคลอดแพคเก็จใหม่  ลดราคาจากเดิม 30% แต่ช็อปปิดโฆษณาลูกค้าลำบาก โอดที่ผ่านมาออกมาตรการช่วยเหลือหลายอย่าง แค่แจกเน็ต 10 GB ก็เข้าเนื้อแล้ว กสทช. ลั่นวันนี้หารืออีกครั้งทุกอย่างต้องจบ

มาตรการช่วยเหลือประชาชนในระลอกสอง หลังการแจกเน็ตฟรี 10 GB มาสู่การปรับลดราคาค่าโทรทั้งระบบรายเดือนและเติมเงินทุกโปรโมชั่นลง 30% ส่อเค้าวุ่น จากเสียงโอดครวญของบรรดาโอเปอเรเตอร์ที่ร่วมประชุมกับ กสทช วานนี้ (15 เม.ย.) ว่า ทุกวันนี้ค่าโทรตามแพคเก็จที่ให้บริการอยู่ก็ต่ำมากแล้ว ข้อเสนอ กสทช.จึงถูกเอกชนแบ่งรับแบ่งสู้ ขอกลับไปหารือในบริษัทว่าจะทำได้หรือไม่ ส่งผลให้วันนี้ (16 เม.ย.) ต้องจับตาว่าจะมีข้อสรุปออกมาในรูปแบบไหน

เอกชนครวญช่วยรัฐจนเข้าเนื้อ

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ รองผู้อำนวยการด้านรัฐกิจสัมพันธ์ทรูฯ กล่าวว่า การขอปรับลดอัตราค่าบริการลง 10-30% นั้น มองว่ามากเกินไป แต่ก็เข้าใจได้ว่า กสทช. ต้องขอรับการสนับสนุนในอัตราที่มากไว้ก่อน ซึ่งลำพังเฉพาะการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มฟรี 10 GB นอกจากโอเปอเรเตอร์จะได้เงินสนับสนุนในอัตรา 100 บาทต่อ 1 เลขหมาย ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนอย่างมากแล้ว

จากข้อมูลล่าสุด พบว่า ลูกค้าระบบเติมเงินมีการเติมเงินลดลง 30% ส่งผลให้รายได้ของบริษัทหายไป 30% เช่นกัน ดังนั้น จึงต้องมีการพิจารณาการสนับสนุนเท่าที่บริษัทสามารถให้ได้ และขอตั้งคำถามว่า หากอุตสาหกรรมโทรคมนาคมช่วยรัฐแล้ว รัฐจะช่วยอุตสาหกรรมซึ่งก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เช่นกันนี้อย่างไรบ้าง

นายสุเทพ เตมานุวัตร์ หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนา เอไอเอส กล่าวว่า ที่ผ่านมาเอไอเอสได้ช่วยเหลือ สนับสนุน และดูแลผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ไม่ได้รายงาน กสทช. ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอต่อที่ประชุมให้รับทราบอีกครั้ง ขณะที่ยืนยันว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่เคยฉวยโอกาสประชาสัมพันธ์เพื่อหาลูกค้าเพิ่ม โดยเฉพาะบริษัทซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยิ่งต้องระมัดระวังเรื่องนี้ และการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพิ่มฟรี 10 GB มีผล กระทบต่อรายได้อย่างมาก แต่ขอไม่เปิดเผยข้อมูล

ขณะที่แหล่งข่าวจาก ดีแทค เปิดเผยว่า การนำเอา ไฟฟ้า ประปา มาเปรียบเทียบนั้นไม่สามารถทำได้ ซึ่งแม้จะเป็นปัจจัยขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตเหมือนกัน แต่การลงทุนในน้ำประปาและไฟฟ้าเป็นการลงทุนครั้งเดียว และใช้ไปตลอดชีวิต ผูกขาดโดยรัฐ แต่กิจการโทรคมนาคมมีการลงทุนด้านโครงข่าย และคลื่นความถี่ต่อเนื่อง และความต้องการของผู้บริโภคก็ไม่เหมือนกัน

ส่วนที่ กสทช. เสนอให้ขยายระยะเวลาชำระค่าบริการ โดยเปรียบเทียบกับกรณีการชำระหนี้เงินกู้กับทางธนาคาร ที่มีการขยายการชำระหนี้ออกไป ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะโอเปอเรเตอร์ไม่ได้มีการเก็บหลักทรัพย์ค้ำประกันแบบธนาคาร ซึ่งหากผู้ใช้บริการเบี้ยวหนี้ไม่ยอมจ่าย โอเปอเรเตอร์จะทำอย่างไร

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงผ่านเฟซบุ๊ค ว่า วานนี้ (15 เม.ย.) สำนักงานกสทช.ได้หารือร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์) ทั้ง 6 รายได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส, บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค ,บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ,บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เดอะ ไวท์สเปซ จำกัด เอ็มวีเอ็นโอ ผู้ให้บริการซิม แพนกวิน ถึงมาตรการเยียวยาเพิ่มเติมให้ประชาชนได้ช่วงวิกฤติไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพื่อให้ลดอัตราค่าบริการให้กับประชาชนนั้น ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมต้องนำข้อมูลกลับไปหารือกับผู้บริหารของแต่ละบริษัทก่อนว่าสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด

จี้หาแนวทางยันวันนี้ต้องจบ
ทั้งนี้ กสทช.ได้เสนอหลักการช่วยเหลือประชาชนให้ตัวแทนการประชุมกลับไปหารือ รวมถึงรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อนำมาเสนอในที่ประชุมอีกครั้งวันนี้ (16 เม.ย. )และต้องได้ข้อสรุปด้วย โดยหลักการที่ได้เสนอไป ประกอบด้วย การยืดชำระหนี้ค่าบริการของลูกค้ารายเดือนประมาณ 3 ล้านเลขหมาย หรือ การพักชำระหนี้ ซึ่งโอเปอเรเตอร์ แจ้งว่า ปกติมีการยืดรอบบิลการจ่ายเงินจาก 2 รอบบิล เป็น 3 รอบบิลอยู่แล้ว หากผู้ใช้งานต้องการรับความช่วยเหลือ อยากให้ทำในรูปแบบของการไฟฟ้า หรือ การประปาต้องแจ้งความประสงค์มา เพื่อคัดกรองประวัติลูกค้า ตลอดจนการชำระค่าบริการว่าที่ผ่านมาเป็นลูกค้าชั้นดีหรือไม่

ขณะที่ลูกค้าแบบเติมเงิน เอไอเอส กับทรูฯ ยืนยันว่า ได้ออกแพ็คเกจโควิดลดค่าบริการ 30% อยู่แล้ว แต่ไม่สามารถประชาสัมพันธ์ผ่านร้านค้าได้ เนื่องจากต้องปิดหน้าร้านในสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้ประชาชนไม่ทราบ ตนเองจึงขอให้แต่ละค่ายรวบรวมแพ็กเกจซิมโควิดมาเสนอในการประชุมวันนี้ด้วย เพื่อหาทางออกร่วมกันต่อไป

แหล่งที่มา bangkokbiznews